จันทบุรี ชาวบ้านผวาหนักสีดอแดงกลับไทย แถมเจ้าดุ๊กดิ๊กช้างพรายรุ่นน้องตกมัน

ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อนและอำเภอสอยดาวต่างผวาทั้งกลางวันและกลางคืนไม่เป็นอันที่จะทำงานในสวนหลังทราบข่าวช้างป่าสีดอแดงถูกชาวกัมพูชาต้อนกลับมาไทย หากินในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอสอยดาว จันทบุรี หลังจากที่เดินข้ามไปหากินที่ฝั่งประเทศกัมพูชาหลายวันและก่อเหตุกระทืบชาวบ้านกัมพูชาบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ทางกัมพูชาต้อนกลับสู่ไทยเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งการกลับมาของเจ้าสีดอแดงสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวเป็นอย่างมากเพราะมีการเปลี่ยนพฤติกรรมเพิ่มเป็นออกหากินทั้งกลางวันและกลางคืน ด้วยความที่สีดอแดงเป็นช้างขนาดใหญ่หนักกว่า 7 ตันจึงต้องหากินมากกว่าตัวอื่นๆแม้จะมีน้ำหนักค่อนข้างมากแต่น้ำหนักไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าติดตามช้างป่ากล่าวว่าสีดอแดงเป็นช้างขนาดใหญ่ที่มีความคล่องตัวเดิน วิ่งได้เร็วกว่าบรรดาช้างป่าในพื้นที่หลายๆตัว    สร้างความหวาดกลัว และผวาหนักไปกว่านั้นอีกคือเมื่อเจ้าพลายดุ๊กดิ๊ก ช้างหนุ่มรุ่นน้องสีดอแดง ได้เกิดอาการตกมัน จากการรายงานของเจ้าหน้าที่ที่เข้าเกาะติดสถานการณ์ช้างป่าทราบว่า ในคืนของวันที่ 25 มกราคม 61 ที่ผ่านมา ทีมเฝ้าระวังช้างป่า บ้านซับน้ำตาพุด สอยดาว ร่วมกับทีมเฝ้าระวังช้าง บ้านพังงอน โป่งน้ำร้อน ได้เข้าผลักดันช้างป่าหลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านในซอยราชครู ว่ามีช้างเข้ามาประชิดอยู่หลังบ้านและได้ถ่ายภาพไว้ได้  เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบ ช้างป่าเจ้าดุ๊กดิ๊ก กำลังเดินวนไปมาในอาการตกมันจึงเข้าร่วมกันผลักดันใช้เวลานับชั่วโมงจนดุ๊กดิ๊กจึงยอมกลับเข้าป่าไป ซึ่งก่อนจะยอมไปได้สร้างความหวดเสียวให้กับทีมงานหลายครั้ง ในขณะที่ดุ๊กดิ๊กกำลังหันหน้าเข้าป่า ด้านชุดติดตามช้างอีกชุดแจ้งว่า สีดอแดงกำลังจะข้ามถนนสาย 317 จันทบุรี สระแก้ว ระหว่างปั้ม บางจาก ตำบลทรายขาวทำให้ทีมเฝ้าระวังช้างตกทำงานหนักยิ่งขึ้นเพราะหากสีดอแดงพบรถยนต์ที่ใช้เส้นทางขณะนั้นอาจต้องได้รับอันตรายแน่นอน เพราะประวัติของสีดอแดงนั้น เป็นเพชฌฆาตทำร้านคนเสียชีวิตมาแล้วหลายศพ

ตามที่ระยะนี้มีข่าวช้างป่าออกอาละวาดทำลายทรัพย์และทำร้ายชีวิตชาวบ้านหนักขึ้นทุกวัน จนบางรายถึงกับย้ายออกจากพื้นที่  ส่วนใหญ่เองยังปักหลักอยู่อย่างเสี่ยงๆหลายคนตั้งคำถาม ว่าผู้มีอำนาจสั่งการทำอะไรอยู่ สีดอแดงหลงข้ามประเทศแล้วต้อนกลับมาทำไม เมื่อมาแล้วจะปล่อยให้อยู่ร่วมชาวบ้านแบบนี้หรือ ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินจะเชื่อมั่นมากน้อยแค่ไหนใครจะรับผิดชอบ และที่น่าเห็นใจคือทีมเฝ้าระวังช้างทั้งจากภาครัฐและจิตอาสาปัจจุบันนี้แทบไม่มีเวลาพักผ่อนและไม่มีเวลาให้กับครอบครัว ด้วยที่จิตอาสา นับวันประชากรช้างป่าเพิ่มทวีคูณขึ้นอย่างมาก แต่ระบบแก้ไขปัญหากลับยังไม่มีอะไรชัดเจนปล่อยให้ชาวบ้านอยู่กับความเสี่ยงหวาดผวา

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นปิด