ร่วมทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในที่พักอาศัย ทำจริงจังสัปดาห์ละครั้ง

จากรายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของประเทศไทยตั้งแต่ 1 มกราคม 2558 ถึง 16 สิงหาคม 2558 พบผู้ป่วย 51,500 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 79.08 ต่อแสนประชากร จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด 5 อันดับแรกคือ ระยอง (359.73 ต่อแสนประชากร) ตราด (279.00 ต่อแสนประชากร) เพชรบุรี (267.82 ต่อแสนประชากร) ราชบุรี (226.67 ต่อแสนประชากร) อ่างทอง (218.29 ต่อแสนประชากร) ตามลำดับ (จันทบุรี อันดับ6 ของประเทศ)

 

นายแพทย์จรัญ จันทมัตตุการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า จากฐานข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคของจังหวัดจันทบุรี พบว่านับตั้งแต่วันที่  1 มกราคม 2558 ถึง ถึง วันที่ 19 สิงหาคม 2558 จำนวนทั้งสิ้น 1,104 ราย  คิดเป็นอัตราป่วย   210.81  ต่อประชากรแสนคน ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต  อายุที่พบสูงสุดคือกลุ่มอายุ 10-14ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 5-9 ปี,15-24ปี ตามลำดับ     อำเภอที่มีอัตราป่วยสูงสุดคืออำเภอเมืองจันทบุรี รองลงมาคือ อำเภอโป่งน้ำร้อน, อำเภอท่าใหม่,อำเภอขลุง, อำเภอสอยดาว และอำเภอมะขาม  ตามลำดับ

 

โรคไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ มียุงลายบ้านตัวเมียเป็นพาหะสู่คน ซึ่งจะออกหากินในช่วงกลางวันเมื่อกัดผู้ป่วยและไปคนอื่นอีกก็เป็นการปล่อยเชื้อ ซึ่งยุงชนิดนี้พบได้ตลอดปี แต่จะพบมากในช่วงฤดูฝนและวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขังและขณะนี้อากาศเริ่มมี อุณหภูมิสูงขึ้นพร้อมมีฝนตกในบางพื้นที่ทำให้ยุงลายที่เก็บตัวในช่วง อุณหภูมิต่ำไม่ได้ออกหากินมานาน จะออกหากิน อุณหภูมิที่มักจะพบยุงลายจะเริ่มที่ 20 องศา

 

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี กล่าวอีกว่า ช่วงนี้มีฝนตกประปรายใน หลายพื้นที่ ทำให้เกิดแอ่งน้ำขังหรือมีน้ำขังอยู่ตามเศษวัสดุ  ภาชนะต่างๆ  จานรองกระถางต้นไม้  กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงได้  โดยทั่วไปยุงลายจะวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง    ซึ่งเป็นน้ำนิ่ง ใส และสะอาด ซึ่งน้ำฝนมักเป็นน้ำที่ยุงลายชอบวางไข่มากที่สุด เมื่อจำนวนยุงลายเพิ่มมากขึ้น ก็อาจทำให้ประชาชนป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นตามมาเช่นกัน และขอความร่วมมือประชาชนในการกำจัดลูกน้ำยุงลายทุก 5-7 วัน หรือป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ตามแหล่งน้ำสะอาด ซึ่งเป็นวิธีการลดจำนวนตัวยุงลายตัวแก่อย่างได้ผลดี มาตรการที่ดีคือ“กำจัดลูกน้ำ และยุงลายในบ้าน สะสาง ทำลายขยะแหล่งเพาะพันธุ์ยุงทั้งในบ้าน นอกบ้าน รวมทั้งพื้นที่สาธารณะ พร้อมกันทั้งจังหวัด”

 

นอกจากนี้ได้มีการประสานไปยังอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลให้ซักประวัติผู้ป่วย และคัดกรองผู้ป่วยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกิดการระบาดซ้ำซาก ก่อนเจาะเลือดเพื่อดูเกล็ดเลือด หากพบมีอาการคล้ายโรคไข้เลือดออกจะรับตัวผู้ป่วยไว้ดูอาการ และผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากพบว่าบุตรหลานมีไข้สูง หน้าแดง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร อาเจียน แล้วภายใน 2 วันอาการก็ยังไม่ดีขึ้น ควรพาไปพบแพทย์ทันที

ขอบคุณภาพประกอบ จากinternet            images1 images

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นปิด