รถกระบะขับฝ่าสายฝนชนรถรับส่งนักเรียนบาดเจ็บหลายราย

รถยนต์กระบะขับฝ่าสายฝนมาด้วยความเร็ว ก่อนเสียหลักพุ่งชนท้ายรถมาสด้ารับจ้างที่บรรทุกนักเรียนมาเกือบเต็มคัน ส่งผลทำให้ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 8 ราย
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 25 ม.ค.61 ร้อยเวร สภ.เมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนท้ายรถมาสด้ารับจ้างที่บรรทุกนักเรียนมาเต็มคัน บริเวณ ถ.สุขุมวิท สายจันทบุรี-ตราด ม.10 ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ขอให้เจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้ง ร.ต.ท.นพดล ผลพฤกษา ร้อยเวรเจ้าของคดี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล รีบเดินทางตรวจสอบพร้อมให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่เกิดเหตุ เมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่นั่งโดยสารมากับรถมาสด้ารับจ้าง ได้บาดเจ็บมีบาดแผลตามลำตัว และถลอกตามร่างกาย ขณะเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯและเจ้าหน้าที่พยาบาล ต่างช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำตัวส่ง รพ.เป็นการเร่งด่วน ขณะที่ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.เช่นกัน จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะโตโยต้า สีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน กค-7842 จ.ตราด สภาพพลิกคว่ำหงายท้องอยู่ข้างทาง หลังพุ่งเสยท้ายรถมาสด้ารับจ้าง สีแดงคาดขาว หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 30-0918 จ.จันทบุรี ที่บรรทุกนักเรียนมาเกือบเต็มคัน เสียหลักพุ่งตกลงไปชนต้นไม้ข้างทาง สภาพพังเสียหายทั้ง จากสอบถามนายนิพนธ์ รักษาผล อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 ม.6 ต.บ่อ อ.ขลุง จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถมาสด้ารับจ้างเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้รับนักเรียน จากโรงเรียนต่างๆในตัวเมืองจันทบุรี รวมทั้งหมด 7 คน เพื่อจะไปส่งตามบ้านใน อ.ขลุง ซึ่งเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีฝนตกลงมา ตนจึงได้จอดรถชิดริมถนนเพื่อจะดึงผ้าใบข้างลงมา ปิดกันฝนสาดให้กับนักเรียน จู่ๆได้มีรถยนต์กระบะเสียหลักหมุนเข้ามาหาตนขณะที่กำลังดึงผ้าใบ ตนเองจึงได้กระโดดหลบหนี ก่อนที่รถกระบะนั้น จะพุ่งชนท้ายรถของตนเองที่ยังมีนักเรียนนั่งอยู่เข้าอย่างจัง จนทำให้ทั้งนักเรียนและรถยนต์ของตน ปลิวกระเด็นไปคนละทิศละทาง และมีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

จันทบุรี ฝนตกถนนลื่นกระบะเสียหลักหมุนกวาดรถจักรยานยนต์อัดเสาไฟฟ้า 

( เหตุที่ 2 หลังฝนตก )

เมื่อเวลา 22.10 น.  บนถนน รักศักดิ์ชมูล หน้าวัดเขาแก้ว ฝั่งขาเข้าตัวเมือง  ต.ท่าช้าง อ.เมือง จันทบุรี  เกิดเหตุรถกระบะ เร่งเครื่องขึ้นแซงรถของโรงพยาบาลพระปกเกล้า ที่เพิ่งนำศพผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุก่อนหน้านี้ไปที่ โรงพยาบาล  ในระหว่างที่กระบะฟอร์ดขึ้นแซงก็ได้เสียหลักลื่นหมุนกลางถนน และวิ่งไปกวาดรถจักรยานยนต์ที่กำลังขับขี่อยู่ด้านหน้า ไปอัดชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง และลอยไปไกลกว่า 30 เมตร ได้รับบาดเจ็บสาหัส

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์  นาย เกียรติศักดิ์ ลี้วัง ที่นั่งอยู่ในรถของโรงพยาบาลพระปกเกล้าที่ขับไปรับผู้เสียชีวิตกลับมาจากอุบัติเหตุก่อนหน้านี้  มาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถกระบะฟอร์ดสีดำหมายเลขทะเบียน บษ661 จันทบุรี ทราบชื่อคนขับ นายจินดา บุญพันธ์   นำ ส่งโรงพยาบาลพระปกเกล้าไปก่อนหน้านี้  ได้ขับแซงรถโรงพยาบาลไป แล้วก็เกิดเสียหลักหมุนอยู่ด้านหน้า จนรถโรงพยาบาลที่ตนเองนั้งมาต้องเบรค  แต่รถกระบะคันดังกล่าวยังได้ลื่นหมุนไปกวาดรถจักรยายนต์ ที่ขับขี่อยู่ด้านหน้า ( เป็นรถยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีดำ หมายเลยทะเบียน 1กฉ 4036 จันทบุรี )  ไปอัดฟาดกับเสาไฟฟ้าก่อนที่จะกระเด็นไปไกลกว่า 30 เมตรทั้งคนทั้งรถอยู่บนฟุตบาท

ในที่เกิดเหตุทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยายยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลที่ศรีษะขนาดใหญ่ลึกไปถึงกระโหลก  และต้นแขนขวามีบาดแผลฉีกขาด  เหลือดไหลออกมานองพื้นเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ ฉุกเฉินของโรงพยาบาลพระปกเกล้าและทีมกู้ภัยสว่าง ที่เพิ่งขับมาจากเหตุก่อนหน้านี้ได้จอดรถลงมาช่วยกัน ปั้มหัวใจ ทำฟืนคืนชืพ ผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่เป็นเวลานาน แต่ในที่สุด ชาย เคราะห์ ร้ายดังกล่าว ทราบชื่อ นายพิษณุชัย โชคประเสริฐศรี อายุ 23 ปี  ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนรถกระบะคันก่อเหตุที่อัดอยู่กับเสาไฟฟ้า สภาพพังเสียหายบริเวณกระบะหลังและ ช่วงล่าง ครัสซีหักหลุดกระเด็นออกจากตัวรภ  ทางเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพเก็ยหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมเชิญตัวผู้เห็นเหตุการณ์ไปให้การที่ สภ.เมืองอีกครั้งเพื่อความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายและจะได้ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

 

จันทบุรี ขับรถผ่าสายฝนลื่นเสียหลักพลิกคว่ำทับคนขับเสียชีวิตต่อหน้าเพื่อนที่นั้งมาด้วย

หลังจากที่ฝนได้ตกลงมาทำให้ถนนลื่น เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ มีผู้เสียชีวิต 2เหตุการณ์ติดๆกัน  

(เหตุแรก หลังฝนตก )

หนุ่มวัย 17 ปี ขับรถยนต์กระบะมากับเพื่อน เพื่อกลับบ้านในอำเภอเขาคิชฌกูฏ เกิดฝนตกถนนลื่นรถเสียหลักพลิกคว่ำ คนขับเสียชีวิตคาซากรถ ส่วนเพื่อนที่นั่งมาด้วยปลอดภัย  เพื่อนเผยครั้งสุดท้ายตอบว่ายังขับไหว

เมื่อเวลา 21.10 น. ( 24 ม.ค.61 ) ศูนย์วิทยุกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณถนนสายบำราศนราดูร พื้นที่หมู่ที่ 10  ตำบลแสลง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต  โดยคนขับเสียชีวิตติดคาซากรถ หลังรับแจ้งจึงประสานรถอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าทำการงัดซากรถเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา และประสานร้อยตำรวจเอกศรีจันทร์   เรือนเงิน  ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี เข้าตรวจสอบชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ-7302 จันทบุรี เสียหลักพลิกคว่ำชนตอไม้ข้างทาง ส่วนผู้เสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างออกมาจากรถได้แล้ว ทราบชื่อคือ นายจตุพล ด่านวิชัย อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/47  หมู่ที่ 1  ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี  ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือนายปฏิภาณ  บุญมา อายุ 17 ปี เป็นเพื่อนของคนขับและนั่งมาด้วยกันในรถ

จากการสอบถามนายปฏิภาณ  ผู้บาดเจ็บ ทราบว่า ตนพร้อมกับนายจตุพล  ผู้ตาย ได้ขับรถยนต์มาจากบ้านในพื้นที่อำเภอเมืองจันทบุรี เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านนายจตุพล ที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ  ก่อนถึงจึดเกิดเหตุ ช่วงนั้นมีฝนตกลงมา ตนได้ถามนายจตุพล ซึ่งเป็นคนขับว่าขับรถไหวหรือไม่ นายจตุพล บอกว่าขับไหว  ตอนนั้นตอนจึงเผลอหลับไป มารู้ตัวอีกทีตอนรถเสียหลักและพลิกคว่ำ ตอนนั้นตนเรียกเพื่อนแต่เพื่อนน่าจะไม่รู้สึกตัวแล้วจึงออกมาจากรถยืนโบกรถที่ผ่านไปมาริมทางเพื่อขอความช่วยเหลือ จนมีผู้มาช่วยและแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว แต่พบว่าเพื่อนตัวเองเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน   ก่อนมอบศพให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลพระปกเกล้า  เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง  ก่อนติดตามญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

………..มีสัมภาษณ์   ปฏิภาณ  บุญมา………

………เพื่อนผู้เสียชีวิต…….

จันทบุรี แก๊งเด็กแว้นปิดไฟแข่งรถ ชนชาวบ้านเสียชีวิต( ภาพกล้องวงจรปิด )

กล้องวงจรปิด จับภาพกลุ่มเด็กแว้นตั้งกลุ่มแข่งรถบนถนนสาย 3149 ตำบล ปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำ ของวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา

โดยวงจรปิดได้จับภาพกลุ่มเด็กแว้นพากันขีรถจักรยานยนต์แข่งกันเป็นจำนวนมากในช่วงค่ำ ขับขี่มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ซอยตรงกันข้ามกับที่ทำการไปรษณีย์แหลมสิงห์

หลังรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัวเสร็จเรียบร้อย นายฐิติวัชร์ น้อยนาช ( ช่างเบนซ์ )อายุ 49 ปี ได้บอกกับภรรยาและลูกๆว่าจะไปดูเรื่อตนเองที่จอดไว้ท่าเรือ จึงได้ขึ่นรถจักรยานยนต์ขับขี่ออกไป ในขณะที่กำลังจะออกจากซอยหน้าอู่ซ่อมเรือของตนเองซึ่งตั้งอยู่ติดกับถนน  จากภาพก่อนที่ช่างเบนซ์จะออกเคลื่อนรถออกไปได้มีแก้งรถเด็กแว้นขับขี่แข่งกันไปเป็นจำนวนหลายคัน ช่างเบนซ์ ได้ขับขี่มาจอดรอดูรถอยู่นาน หลังมั่งใจว่าไม่มีรถมาแล้วจึงตัดสินใจออกรถเพื่อข้ามไปอีกฝั่ง จูๆก็มีรถคันหนึ่งไม่เปิดไฟพุ้งเข้าชนอย่างจังทำให้ร่าง ช่างเบนซ์กระเด็นกลิ้งไปไกลกว่า 3 เมตร  ลูกชาย ภาณุพงศ์ น้อยนาช ที่นั่งเล่นอยู่หน้าบ้านเห็นเหตุการณ์ได้วิ่งเข้าไปประคองพ่อ ในสภาพเลือดไหลออกจากจมูก และ ปาก   หลังจากเกิดเหตุได้เพียงไม่กี่นาที่ ก็มีกลุ่มเด็กแว้นจำนวนมากขี่รถมาในที่เกิดเหตุพร้อมประคองเพื่อนที่ถูกรถจักรยานยนต์ทับร้างอยู่  ชาวบ้านที่อยู่ไกล้เคียงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำคนเจ็บทั้ง 2 ส่งโรงพยาบาลแหลมสิงห์ แต่เนื่องจาก ช่างเบนซ์ สาหัสมากเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล  ส่วนเด็กแว้นคู่กรณี ทราบต่อมาว่าอายุยังไม่ถึง 18 ปี ตอนนี้ยังนอกรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี อาการ บาดเจ็บที่บริเวณหน้าอก  ขาหัก

สอบถามภรรยา  ผู้เสียชีวิต นางเพ็ญพิไล เจริญกัลป์ อายุ47 ปี กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ เป็นการศูนย์เสียเสาหลักของบ้านไป เพราะแฟนตนเองเป็นนายช่าง ครอบครัวได้เช่าบ้านตรงที่เกิดเหตุ เปิดเป็นอู่ซ่อมเรือและเครื่องยนต์ โดยมีลูกชายอีก 3 คนเป็นผู้ช่วย  มีรายได้จากการเปิดอู่ซ่อมเป็นหลักมาเลี้ยงครอบครัว จากนี้ไปตนเองและลูกๆยังไม่รู้จะทำอะไรต่อไป เพราะเพิ่งปลงศพสามีตนเองไป เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 18 ที่ผ่านมายังคิดอะไรไม่ออก และยังกล่าวต่อว่าไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกกับครอบครัวอื่นๆอยากให้เหตุการณ์นี้เป็นรายสุดท้ายที่ต้องสูญเสีย

จากการสัมภาทษ์ชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่ติดกับถนนเส้นดังกล่าว ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เอือมระอากับแก๊งกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่พากันยึดถนนเส้นนี้แข่งรถกัน สร้างความไม่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน รู้สึกไม่ กลัวว่าสักวันอาจเกิดอุบัติเหตุกับคนในครอบครัว จึงขอฝากเรื่องนี้ผ่านสื่อไปยังเจ้าหน้าที่ให้ช่วยดูแลกวดขันให้มากกว่านี้  โดยเฉพาะวัน ศุกร์- เสาร์-อาทิตย์ มากันเยอะมาก

จันทบุรี อุทาหรณ์ใช้เหล็กแป๊บค้ำกระบะดั้ม10ล้อ หักหล่นทับแขนขาขาด

เกิดเหตุ เจ้าของอู่ประมาทใช้เหล็กแป๊บค้ำกระบะดั้ม10ล้อ มุดเข้าไปซ่อมระบบไฮดรอลิค เคราะห์ร้ายเหล็กค้ำรับน้ำหนักไม่ไหวหัก กระบะหล่นร่วงทับร่างแขนขาขาด อาการสาหัส ภรรยารู้ข่าวช็อกต้องหามส่งโรงพยาบาลตามกัน

เมื่อ11.20 น. 20ม.ค.61 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยรับแจ้งมีอุบัติเหตุกระบะรถดั้ม 10ล้อ ทับร่างคนได้รับบาดเจ็บ ขอความช่วยเหลือด่วน

ที่เกิดเหตุพบรถ 10ล้อยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่นฟูโซ่ สีขาว ทะเบียน 85-5777  ชลบุรี จอดอยู่หน้าอู่ ลักษณะกระบะบรรทุกง้างอยู่มีเหล็กแป๊ปเส้นผ่าขนาด 4นิ้ว ยาวประมาณ 2เมตร ที่ใช้ค้ำกระบะหักลงมาพร้อมกัน ใต้กระบะดั้มพบร่างช่างทีป หรือนายประทีป คล้ายคลึง อายุ 56ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/2หมู่1ต.ปะตง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เจ้าของอู่ นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ร่างพาดขวางครัชซีติดกับหัวเก๋ง มีกองเลือดไหลนองพื้น เพื่อนบ้านพยายามช่วยกันนำร่างออกมา แต่เนื่องจากกระบะดั๊มมีนำหนักมากไม่สามารถนำออกมาได้ จึงขอความช่วยเหลือรถแบกโฮที่อยู่ใกล้มาช่วยยก ใช้เวลานานกว่าชั่วโมง จึงสามารถนำร่างช่างทีปออกมาได้ เบื้องต้นพบว่าขาซ้ายขาด แขนซ้ายกระดูกแตกละเอียด จึงรีบนำส่ง รพ.โป่งน้ำร้อน เพื่อให้แพทย์รักษาเป็นการด่วนเนื่องจากเสียเลือดมาก

จากการสอบถามทราบว่า ก่อนหน้านี้ได้มีลูกค้านำรถคันดังกล่าวเป็นรถสิบล้อมือสองที่เพิ่งซื้อมา แล้วขับนำมาที่ร้านให้ช่างทีปช่วยตรวจเช็คซ่อมจุดต่างๆทั้งหมดให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะใช้งาน มาวันนี้เหลือแต่เปลี่ยนลูกยางปั้มน้ำมันไฮดรอลิคที่ใช้ความคุมการยกขึ้นลงของกระบะดั้มซึ่งทางช่างทีปยังได้แจ้งบอกกับเจ้าของรถว่าในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ให้มารับรถได้เลย

ทางเจ้าหน้าที่คาดว่าหลังจากที่ทำการยกกระบะดั้มขึ้นแล้วช่างทีปได้ใช้แป็บเหล็กค้ำกระบะและเข้าไปทำการซ่อมระบบไฮดรอลิกที่มีหน้าที่บังคับยกขึ้นลงของกระบะ ขณะถอดสายตรวจเช็คซ่อมแซมระบบอยู่กระบะที่ถูกยกขึ้นไป มีเพียงแค่เหล็กแป็บท่อนเดียวเท่านั้นที่รับน้ำหนักอยู่ ได้เกิดหักบิดงอลงมาเพราะรับน้ำหนักไม่ไหวทำให้กระบะเหล็กยุบลงมาทับร่างช่างทีปจนเป็นเหตุสุดสยองดังกล่าว ส่วนภรรยาช่างทีปเมื่อเหตุการณ์ถึงกับเป็นลมล้มพับต้องหามส่งโรงพยาบาลอีกคน