จันทบุรี ศิษย์เก่าแอบย่องปีนเข้าไปขโมยทรัพย์สินในโรงเรียน

สืบเนื่อง จากเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2561 โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษกได้เข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ สภ.ขลุง ว่าเกิดเหตุได้มีคนร้าย แอบปีนเข้าไป ขโมยของในห้องพักครู มีทรัพย์สินสูญหายจำนวนหลายรายการ  ทางโรงเรียนยังได้ มอบภาพวงจรปิดจับภาพคนร้าย ที่แอบเข้าไปลักขโมยในช่วง กลางคืน ส่งให้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบ    จนมาในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ เข้าจับกุม ตรวจค้นนาย บุคลากร ล้ำเลิศอายุ 18 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 4/5 หมู่ 4 ตำบลวันยาว อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี. . และได้นำตัวเข้าตรวจ ยังห้องพัก ของนายบุลากร ภายในห้องเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบ ทรัพย์สิน หลายรายการที่ทางโรงเรียนเข้าแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่  นายบุลากร ยอมสารภาพ ว่าได้ก่อเหตุเข้าไปลักทรัพย์ในโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก  โดย ปีนเข้าไปทางหน้าต่าง ห้องพักครูเข้าไปหยิบทรัพย์สินต่างๆ ได้สิ่งของไปหลายรายการ  เช่นเครื่องบินโดรนบังคับวิทยุ 1 เครื่อง  แท็บเล็ตการเรียนการสอน  7 เครื่อง และกระเป๋าอลูมิเนียมใส่ไมค์ลอยจำนวน 1 ใบ

นายบุลากรได้ยอมรับว่าเข้าไปขโมยสิ่งของดังกล่าว โดยรุ่นพี่ที่ชื่อภู ได้เข้ามาขโมย 1 รอบแล้วในห้องนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน และได้บอกตนเองว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้างอยู่ในห้องนี้ตนเองจึงเข้าไปขโมย และที่รู้ ห้องไหนอยู่ตรงไหนบ้าง เป็นเพราะตนเองเคยเรียนอยู่ที่นี่   ส่วนสิ่งของที่เอาไป หวังเพื่อจะนำไปขายนำเงินมาเที่ยว และซื้อยาเสพ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ บันทึกจับกุมนำตัวไปดำเนินคดีส่วนนายภูเพื่อนรุ่นพี่ อีกคนที่ยังหลบหนี  ทางเจ้าหน้าที่จะได้ตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

จันทบุรี คนร้ายตระเวนฉกกระเป๋าเงินทั่วเมืองจันท์

กล้องวงจรปิดจับภาพ โจรแสบย่องขโมยกระเป๋าขณะเจ้าของนอนหลับ สูญเงิน แสนกว่าบาท เหตุเกิด ภายในร้านอาหารตามสั่ง ครัวลุงส่ง-ป้าไก่ เลขที่ 340/17 ม.1 ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน

นางวรีรัตน์ สำรอง หรือป้าไก่อายุ54ปี เจ้าของร้านขายอาหารตามสั่ง ตลาดทับไทรอำเภอโป่งน้ำร้อน พาผู้สื่อข่าวเข้าดูภาพคนร้ายเข้า ย่องหยิบกระเป๋าสะพาย ภายในกระเป๋ามีเงิน 160,000 บาทขณะที่ตนเอง กำลังนอนพักสายตา และแขวนไว้ข้างเปล ที่ตนเองนอนอยู่โดยมีผ้าห่ม ปิดทับใว้ และมีสามีของตนนอนอยู่ด้านข้างโดยมีกล้องวงจรปิดส่องบริเวณหน้าบ้านส่วนข้างบ้านก็มีคนงานเดินอยู่ แต่กลับถูกคนร้ายขโมยกระเป๋าสตางค์ไปโดยที่ตนเองไม่รู้ตัว รู้อีกทีมีผู้ไปพบกระเป๋าและบัตรประชาชนของตนถูกทิ้งไว้ในปั๊มน้ำมันใกล้สี่แยกไฟแดง โป่งน้ำร้อน โดยผู้ที่พบกระเป๋าสตางค์ดูบัตรประชาชนแล้วทราบว่าเป็นของป้าไก่ จึงโทรมาแจ้งว่ากระเป๋าสตางค์หายหรือเปล่า เมื่อป้าไก่รับโทรศัพท์ ก็บอกไปว่าของตนเองไม่ได้หายอยู่ด้านข้างนี่แหละ จนสัก 5 นาที หันไปดูกระเป๋าเงินปรากฏว่าไม่อยู่แล้วจึงรีบเดินทางไปที่ปั๊มน้ำมันก็ปรากฏว่าเป็นกระเป๋าเงินของตนเองจริง

จากนั้นจึงให้ลูกชายช่วยเปิดกล้องวงจรปิดก็พบว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยหยิบกระเป๋าสะพายของตนไปขณะที่ตนเองนอนอยู่บน เปลด้านข้าง

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุและภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านที่เกิดเหตุและภาพจากบ้านข้างเคียงเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนคนเดียวกับที่ก่อเหตุในพื้นที่อำเภอเมืองจันท์ก่อนหน้านี้สองครั้ง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างแกะรอยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

หลังจากที่ พ.ต.ท.เกริกสิน บูรณ์เจริญ สารวัตรเวรสอบสวน ถานีตำรวจภูธรโป่งน้ำร้อน เจ้าของคดี ได้เปิดกล้องดูทั้งสองเหตุการณ์ โดยภาพวงจรปิดในตัวเมือง เกิดเหตุที่บ้านเลขที่ 143 หมู่3 ต.จันทนิมิตร อ.เมือง จันทบุรี  มีผู้เสียหายใช้ชื่อในเฟสบุค ( Asawin Yim Jumnaipol ) ได้โพสต์พฤติกรรม  ภาพของคนร้าย ลงโซเชียลเพื่อให้ช่วยติดตามคนร้ายที่เข้ามาฉกกระเป๋าตังค์ที่ว่างอยู่ในบ้าน แล้วเดินออกไป   โดยมีพฤติกรรม ที่เหมือนกัน อีกทั้งหน้าตาและการแต่งกายที่คล้ายๆกัน จึงมั่นใจว่าเป็นคนคนเดียวกัน

จันทบุรี แก๊งแสบ ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ขโมยตัดสายโทรศัพท์ เสียหายกว่าล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว2ผู้ต้องหา นายมิตร ธงพันสา อายุ49ปี ชาวกาฬสินธุ์ และนายนิรันดร์ พรมโสภา อายุ 32ปี ชาวกาฬสินธุ์  สองผู้ต้องหาขโมยตัดสายโทรศัพท์ในจังหวัดจันทบุรีไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณพื้นที่ตำบลบ่ออำเภอขลุง จันทบุรี

โดยนายมิตร ได้รับสารภาพทั้งหมดว่าตนเองพร้อมพวกได้ทำการตัดสายของโทรศัพท์จริง ก่อเหตุโดยการทำงานปลอมตัวคล้ายกับเจ้าหน้าที่ขององค์การโทรศัพท์เมื่อมีชาวบ้านสอบถามก็จะตอบไปว่ามาทำการหรือสายเก่าออกจึงไม่มีใครสงสัย  และตัดสายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขี้น

ซึ่งมีคนสั่งการอีกหนึ่งคนอยู่ระหว่างการหลบหนีทราบชื่อว่านายวัชระ กล้าหาญ อายุ30ปี เป็นชาวนครราชสีมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการแกะรอยติดตามตัวมาดำเนินคดี ผู้ต้องหามีทั้งหมดสองทีมมีทีมที่ทำงานตอนกลางวันและทีมที่ออกทำงานตอนกลางคืน  เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลจับกุมมาดำเนินคดีซึ่งคาดว่าจะได้ตัวมาในเร็วนี้

สร้างความเสียหายทั่วจังหวัด ทั้งหมดประมาณ 1,000,000 กว่าบาท

จันทบุรี ฝนตกถนนลื่นกระบะเสียหลักหมุนกวาดรถจักรยานยนต์อัดเสาไฟฟ้า 

( เหตุที่ 2 หลังฝนตก )

เมื่อเวลา 22.10 น.  บนถนน รักศักดิ์ชมูล หน้าวัดเขาแก้ว ฝั่งขาเข้าตัวเมือง  ต.ท่าช้าง อ.เมือง จันทบุรี  เกิดเหตุรถกระบะ เร่งเครื่องขึ้นแซงรถของโรงพยาบาลพระปกเกล้า ที่เพิ่งนำศพผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุก่อนหน้านี้ไปที่ โรงพยาบาล  ในระหว่างที่กระบะฟอร์ดขึ้นแซงก็ได้เสียหลักลื่นหมุนกลางถนน และวิ่งไปกวาดรถจักรยานยนต์ที่กำลังขับขี่อยู่ด้านหน้า ไปอัดชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง และลอยไปไกลกว่า 30 เมตร ได้รับบาดเจ็บสาหัส

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์  นาย เกียรติศักดิ์ ลี้วัง ที่นั่งอยู่ในรถของโรงพยาบาลพระปกเกล้าที่ขับไปรับผู้เสียชีวิตกลับมาจากอุบัติเหตุก่อนหน้านี้  มาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถกระบะฟอร์ดสีดำหมายเลขทะเบียน บษ661 จันทบุรี ทราบชื่อคนขับ นายจินดา บุญพันธ์   นำ ส่งโรงพยาบาลพระปกเกล้าไปก่อนหน้านี้  ได้ขับแซงรถโรงพยาบาลไป แล้วก็เกิดเสียหลักหมุนอยู่ด้านหน้า จนรถโรงพยาบาลที่ตนเองนั้งมาต้องเบรค  แต่รถกระบะคันดังกล่าวยังได้ลื่นหมุนไปกวาดรถจักรยายนต์ ที่ขับขี่อยู่ด้านหน้า ( เป็นรถยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีดำ หมายเลยทะเบียน 1กฉ 4036 จันทบุรี )  ไปอัดฟาดกับเสาไฟฟ้าก่อนที่จะกระเด็นไปไกลกว่า 30 เมตรทั้งคนทั้งรถอยู่บนฟุตบาท

ในที่เกิดเหตุทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยายยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลที่ศรีษะขนาดใหญ่ลึกไปถึงกระโหลก  และต้นแขนขวามีบาดแผลฉีกขาด  เหลือดไหลออกมานองพื้นเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ ฉุกเฉินของโรงพยาบาลพระปกเกล้าและทีมกู้ภัยสว่าง ที่เพิ่งขับมาจากเหตุก่อนหน้านี้ได้จอดรถลงมาช่วยกัน ปั้มหัวใจ ทำฟืนคืนชืพ ผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่เป็นเวลานาน แต่ในที่สุด ชาย เคราะห์ ร้ายดังกล่าว ทราบชื่อ นายพิษณุชัย โชคประเสริฐศรี อายุ 23 ปี  ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนรถกระบะคันก่อเหตุที่อัดอยู่กับเสาไฟฟ้า สภาพพังเสียหายบริเวณกระบะหลังและ ช่วงล่าง ครัสซีหักหลุดกระเด็นออกจากตัวรภ  ทางเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพเก็ยหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมเชิญตัวผู้เห็นเหตุการณ์ไปให้การที่ สภ.เมืองอีกครั้งเพื่อความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายและจะได้ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

 

จันทบุรี ขับรถผ่าสายฝนลื่นเสียหลักพลิกคว่ำทับคนขับเสียชีวิตต่อหน้าเพื่อนที่นั้งมาด้วย

หลังจากที่ฝนได้ตกลงมาทำให้ถนนลื่น เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ มีผู้เสียชีวิต 2เหตุการณ์ติดๆกัน  

(เหตุแรก หลังฝนตก )

หนุ่มวัย 17 ปี ขับรถยนต์กระบะมากับเพื่อน เพื่อกลับบ้านในอำเภอเขาคิชฌกูฏ เกิดฝนตกถนนลื่นรถเสียหลักพลิกคว่ำ คนขับเสียชีวิตคาซากรถ ส่วนเพื่อนที่นั่งมาด้วยปลอดภัย  เพื่อนเผยครั้งสุดท้ายตอบว่ายังขับไหว

เมื่อเวลา 21.10 น. ( 24 ม.ค.61 ) ศูนย์วิทยุกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณถนนสายบำราศนราดูร พื้นที่หมู่ที่ 10  ตำบลแสลง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต  โดยคนขับเสียชีวิตติดคาซากรถ หลังรับแจ้งจึงประสานรถอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าทำการงัดซากรถเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา และประสานร้อยตำรวจเอกศรีจันทร์   เรือนเงิน  ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี เข้าตรวจสอบชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ-7302 จันทบุรี เสียหลักพลิกคว่ำชนตอไม้ข้างทาง ส่วนผู้เสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างออกมาจากรถได้แล้ว ทราบชื่อคือ นายจตุพล ด่านวิชัย อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/47  หมู่ที่ 1  ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี  ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือนายปฏิภาณ  บุญมา อายุ 17 ปี เป็นเพื่อนของคนขับและนั่งมาด้วยกันในรถ

จากการสอบถามนายปฏิภาณ  ผู้บาดเจ็บ ทราบว่า ตนพร้อมกับนายจตุพล  ผู้ตาย ได้ขับรถยนต์มาจากบ้านในพื้นที่อำเภอเมืองจันทบุรี เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านนายจตุพล ที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ  ก่อนถึงจึดเกิดเหตุ ช่วงนั้นมีฝนตกลงมา ตนได้ถามนายจตุพล ซึ่งเป็นคนขับว่าขับรถไหวหรือไม่ นายจตุพล บอกว่าขับไหว  ตอนนั้นตอนจึงเผลอหลับไป มารู้ตัวอีกทีตอนรถเสียหลักและพลิกคว่ำ ตอนนั้นตนเรียกเพื่อนแต่เพื่อนน่าจะไม่รู้สึกตัวแล้วจึงออกมาจากรถยืนโบกรถที่ผ่านไปมาริมทางเพื่อขอความช่วยเหลือ จนมีผู้มาช่วยและแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว แต่พบว่าเพื่อนตัวเองเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน   ก่อนมอบศพให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลพระปกเกล้า  เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง  ก่อนติดตามญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

………..มีสัมภาษณ์   ปฏิภาณ  บุญมา………

………เพื่อนผู้เสียชีวิต…….